
พี่พิงค์และแฟนทำสวนทุเรียนอยู่ที่อำเภอวังโป่งมานานกว่า 30 ปี โดยพี่พิงค์ถือเป็นเจ้าของทุเรียนต้นแรกที่เป็นตำนานของวังโป่งเลยก็ว่าได้ แกเล่าว่าสมัยก่อนเอาเมล็ดมาปลูกทิ้งไว้แบบไม่ได้คิดอะไรมาก จนตอนนี้กลายเป็นต้นทุเรียนยักษ์ที่ให้ผลผลิตเลี้ยงครอบครัวมาอย่างยาวนาน
ปลูกแบบ “มักง่าย” แต่ได้ผลจริง
สไตล์การทำสวนของพี่พิงค์อาจจะดูแปลกตาสำหรับมือใหม่ที่เน้นวิชาการ เพราะแกเรียกตัวเองว่าเป็นสาย “มักง่าย” คือเน้นปล่อยให้ต้นไม้เติบโตตามธรรมชาติให้มากที่สุด พี่พิงค์บอกว่าทุเรียนที่สวนแกไม่ได้เดินตามตำราใคร แต่เน้นสังเกตจากประสบการณ์จริงในพื้นที่
- ไม่ตัดแต่งกิ่ง: ในขณะที่สวนอื่นเน้นสอยกิ่งแขนงทิ้ง แต่พี่พิงค์บอกว่ากิ่งไหนที่มันยังเขียว ยังออกดอกได้ แกเอาไว้หมด แกเชื่อว่ากิ่งพวกนี้แหละที่จะช่วยให้ต้นแข็งแรงและมีที่ให้ออกดอกเยอะขึ้น
- ไม่กักน้ำ: เคล็ดลับที่หลายคนตกใจคือ พี่พิงค์ไม่เคยอดน้ำทุเรียนเพื่อกระตุ้นดอกเลย แกให้น้ำ ทุกวัน อย่างสม่ำเสมอ พี่พิงค์บอกว่าถ้าดินชุ่มชื้น ต้นไม้ก็ไม่เครียด และมันจะออกดอกของมันเองตามรอบธรรมชาติ
- ปลูกจากเมล็ด: ต้นทุเรียนที่เป็นตำนานอายุ 30 ปี ของแก เริ่มต้นจากการเพาะเมล็ดทุเรียนที่กินแล้วอร่อย แกบอกว่าทุเรียนเพาะเมล็ดจะมีความทนทานต่อโรคและแมลงสูงมาก ไม่ค่อยเจอปัญหาโรครากเน่าโคนเน่าเหมือนต้นเสียบยอดทั่วไป
ผลผลิตที่ได้ใจคนปลูก

ถึงจะบอกว่าทำสวนแบบมักง่าย แต่ผลลัพธ์ที่พี่พิงค์ได้รับกลับไม่ธรรมดาเลย ต้นทุเรียนอายุ 30 ปี ของแก ปีที่ผ่านมาติดลูกดกถึง 130 ลูก น้ำหนักเฉลี่ยลูกละ 1.5 - 2 กิโลกรัม
“บางกิ่งยาวแค่ช่วงแขน แต่ติดลูกได้ถึง 20 ลูก ใครเห็นก็ต้องอึ้ง เพราะเราไม่ได้ไปฝืนธรรมชาติมัน”
นอกจากต้นใหญ่แล้ว ทุเรียนรุ่นใหม่ที่แกปลูกเสริมไว้ เช่น หมอนทอง และมูซังคิง อายุเพียง 4 ปี ก็เริ่มแทงช่อดอกให้เห็นแล้ว ทั้งที่แกก็ดูแลแบบเดิมคือให้น้ำทุกวันและปลูกผสมผสานไปกับต้นไม้อื่นๆ
เทคนิค “เพื่อนช่วยเพื่อน” ในสวนทุเรียน

ในสวนของพี่พิงค์จะไม่ได้มีแค่ทุเรียนโดดเดี่ยว แต่แกเน้นการปลูกพืชผสมผสานเพื่อให้ระบบนิเวศในสวนเกื้อกูลกัน แกบอกว่าทุเรียนไม่ชอบอยู่แบบ “เชิงเดี่ยว” แต่มันชอบมีเพื่อน
- ผักอีเลิศ (ชะพลู) คลุมดิน: พี่พิงค์ปล่อยให้ต้นชะพลูขึ้นเต็มโคนทุเรียน แทนที่จะถากหญ้าให้เตียน แกบอกว่าชะพลูช่วยเก็บความชื้นในดินได้ดีมาก พอเปิดใบดูจะเห็นเลยว่าดินข้างล่างยังชุ่มอยู่เสมอ แม้จะเป็นช่วงหน้าแล้งก็ตาม
- กล้วยและมะละกอเป็นพี่เลี้ยง: แกปลูกต้นกล้วยและมะละกอแซมไว้ข้างๆ ต้นทุเรียนเล็ก เพื่อช่วยบังแดดและสร้างร่มเงา ไม่ต้องไปทำสแลนบังแดดให้ยุ่งยาก
- ปุ๋ยจากธรรมชาติ: พี่พิงค์ใช้ปุ๋ย ปลานิลทอง เสริมบ้างตามรอบ แต่หลักๆ คือปล่อยให้ใบไม้ที่ร่วงหล่นทับถมกันกลายเป็นปุ๋ยตามธรรมชาติ แกบอกว่ายิ่งใบไม้หนา ดินยิ่งดี
สวนผสมกินได้ทุกอย่าง
พี่พิงค์ย้ำเสมอว่า การทำสวนต้องมีความสุข แกปลูกทุกอย่างที่อยากกิน ในพื้นที่สวน 2 ไร่เศษ ของแก นอกจากทุเรียนแล้วยังมี มะนาว, มะรุม, มะพร้าว, ต้นตาล, ลูกท้อ และฝรั่ง แกบอกว่าถ้าทุเรียนยังไม่ออก เราก็เก็บมะนาว เก็บกล้วยไปขาย มีรายได้เข้าบ้าน ทุกวัน ไม่ต้องรอเงินก้อนใหญ่จากทุเรียนอย่างเดียว
สำหรับน้องๆ ที่อยากเริ่มปลูกทุเรียน พี่พิงค์ให้แง่คิดทิ้งท้ายไว้ว่า อย่าไปเครียดกับตำรามากเกินไป ให้ลองสังเกตต้นไม้ในสวนเราดูว่าเขาชอบอะไร ทุเรียนแต่ละพื้นที่นิสัยไม่เหมือนกัน ถ้าเราเข้าใจเขาแบบที่พี่พิงค์เข้าใจ ทุเรียนก็จะให้ผลผลิตที่น่าพอใจเองโดยไม่ต้องเหนื่อยเกินแรง